รู้หรือไม่ว่าเพียวเสดเรามีกรุ๊ปอยู่บน facebook ด้วยนะ ไปจอยกันที่
เรียนต่อ (2): ทุนเรียนต่อ - เค้าไปหาที่ไหนกัน?

ต่อเนื่องจาก blog ที่แล้วเรื่อง เรียนต่อ (1): "คิด" จะเรียนต่อ? ตอนนี้ได้ฤกษ์มาเขียนภาคต่อแล้วค่ะ
ภาคนี้จะแนะนำวิธีหาแหล่งทุนนะคะ ไม่ได้แนะนำแหล่งทุนโดยตรง เนื่องจากมีมหาศาล แนะไม่ถ้วน ให้ไปหากันเอาเอง จะได้ถูกต้องตรงตามความต้องการของตัวเอง เพราะเงื่อนไขของแต่ละทุนก็มีกันไปหลากหลายแบบค่ะ แต่คร่าว ๆ "ทุนการศึกษา" นี้ก็จะมีการแยกแยะเป็นประเภทได้ประมาณนี้
Scholarship ปกติจะเป็นทุนที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งมอบให้นักเรียน ส่วนใหญ่แล้วจะใช้คำนี้กับการศึกษาระดับปริญญาตรี ทุนที่ได้ก็อาจจะมีค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือเรียน ค่าห้องพัก ค่าอาหาร ค่าทำวิจัย ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จะทำให้การศึกษานั้นลุล่วงไปได้ องค์กรบางแห่งให้แค่ค่าเล่าเรียน แต่บางแห่งก็มีค่าใช้จ่ายรายเดือน และค่าเดินทางให้ด้วย แล้วส่วนใหญ่หลักเกณฑ์การให้ทุนก็จะดูคุณสมบัติของผู้สมัคร (สัญชาติ อายุ เพศ อาชีพ ฯลฯ) เป็นหลัก
Fellowship ก็จะคล้าย ๆ กับ scholarship แต่โดยมากจะให้กับนักเรียน post-graduate คือสูงกว่าปริญญาตรี และมักจะมีการฝึกงานหรือทำงานทำวิจัยกับองค์กรผู้ให้ทุนไปด้วยจนกว่าจะจบการศึกษา
Grant - จะเป็นทุนที่ให้เพื่อทำโครงการอะไรบางอย่างให้สำเร็จ เช่น ทุนการวิจัย หรือทำวิทยานิพนธ์ ก็จะให้กันเป็นจำนวนหนึ่ง อาจมีการเบิกจ่ายเป็นงวด หรือให้มาครั้งเดียว และปกติแล้วไม่ต้องใช้ทุนคืน แต่มักจะมีข้อแม้ว่าต้องทำงานวิจัยนั้นให้สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด
Loan - เป็นเงินกู้เพื่อการศึกษา ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ต้องจ่ายคืนและปลอดดอกเบี้ยในช่วงระยะเวลาที่ยังเรียนอยู่ แต่พอเรียนจบแล้วก็ต้องผ่อนชำระคืน พร้อมดอกเบี้ยที่ต่ำ
----------------
ส่วนแหล่งเงินทุนต่าง ๆ หาได้จาก
อินเตอร์เน็ต
ยุคโลกาภิวัฒน์นี้ ทุกสิ่งหาได้ในอินเตอร์เน็ต แค่เปิด google แล้วเติม keyword ลงไป คลิกกระพริบตาเดียวก็ได้ผลการค้นหาออกมาเป็นร้อยเป็นพัน หาได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาอื่น ๆ ที่มีภาษาเขียนในโลกนี้
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องใช้ keyword ที่มันตรงอย่างน้อยซัก 3-4 คำในการหาหนึ่งครั้ง ถึงจะได้ผลออกมาเกี่ยวข้อง หากใส่เพียงคำเดียว ผลการค้นหาจะออกมานับล้าน เสียเวลามาเลือกมาดูกันอีก เช่น อยากเรียนปริญญาโท สาขาการตลาด ประเทศออสเตรเลีย ก็ต้อง post-graduate marketing fellowship australia รับรองออกมาตรงเป้า
นอกจากนี้การใช้ advance search (การค้นหาขั้นสูง) จะช่วยให้ผลการค้นหามันแคบลงตรงเป้ามากขึ้น ถ้าใครยังไม่เคยใช้ลองคลิกเข้าไปดูนะ อันนี้ไม่ขออธิบายละเอียดเพราะเห็นแล้วก็น่าจะเข้าใจได้เลยว่าต้องกรอกอะไรกันมั่ง

นอกจากใช้ google ค้นหากันแล้ว การค้นหาในเวบ classified (ซึ่งปกติแล้วเป็นการหางาน หรือซื้อขายข้าวของ) ก็จะเจอบ้างเหมือนกัน
อีกเวบก็พวกเวบของบริษัทแนะนำการศึกษาต่อต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะมีทุนให้นักเรียนประถมหรือมัธยมไปเรียนภาษาช่วงปิดเทอมกัน แต่ก็มีบ้างที่เป็นของมหาวิทยาลัย ส่วนองค์กรที่แนะนำการศึกษาให้บางประเทศ เช่น บริติช เคาน์ซิล ก็มีข้อมูลเรื่องทุนเยอะอยู่เหมือนกัน
เวบไซต์ของสถานทูตประเทศต่าง ๆ ก็จะมีประกาศให้ทุนไปศึกษาต่อในประเทศนั้น ๆ ไว้ (เราได้ทุน DAAD ที่เรียนอยู่ตอนนี้ ก็จากเวบสถานทูตเยอรมันนี่แหละ)
บล็อกบางแห่งที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องทุนเรียนต่อหลากหลายชนิดสำหรับคนไทยโดยตรง เช่น Scholarship for Thais
และแหล่งการค้นหาที่จะพลาดไม่ได้ท้ายที่สุดแล้วก็คือเวบของมหาวิทยาลัยที่เราสนใจจะไปเรียนต่อนั่นเอง
ร้านหนังสือ/ห้องสมุด
นอกจากอินเตอร์เน็ตเพื่อนยากของคนยุคใหม่แล้ว หนังสือก็ยังเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ลองไปเดิน ๆ ดูตามร้านหนังสือก็จะเจอเล่มนี้ ... เป็นต้น

(ภาพจาก http://www.se-ed.com)
หนังสือพิมพ์ตรงส่วนหน้าโฆษณาย่อย (classified) ก็มีประกาศเรื่องทุนอยู่เหมือนกัน เพราะบางครั้งทางมหาวิทยาลัยเค้าจะใช้บริษัทที่แนะนำการศึกษาให้กับนักเรียนอยู่แล้วเป็นช่องทางในการประกาศข่าว และบริษัทพวกนี้ก็มักจะลงตามสื่อพวกนี้แหละ
หมายเหตุ: ตอนที่เราได้ทุนไปเรียนสิ่งแวดล้อมที่นิวซีแลนด์ ก็มาจากการเปิดหนังสือพิมพ์นี่แหละ ที่ห้องสมุดประชาชนแถวบ้าน ตอนนั้นกำลังหางานพิเศษทำ เลยได้ไปเรียนก่อน
บอร์ดประกาศในมหาวิทยาลัย
ถ้าผ่านไปตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ลองแวะเข้าไปดูตามบอร์ดที่เค้าติดประกาศไว้ จะมีทุนโน่นนี่มาให้สมัครเรื่อย ๆ โดยเฉพาะทุนที่ให้เรียนต่อจนถึงปริญญาเอกโน่นเลย บางทุนหมดเขตรับสมัครไปแล้วแต่ประกาศก็ยังติดโด่คาอยู่ เราก็จำชื่อหน่วยงาน จดเบอร์โทร หรือเวบไซต์ไว้ เพื่อปีหน้าจะได้เอามาค้นหาทุนได้อีก เพราะส่วนใหญ่แล้วเค้าก็เปิดรับทุกปี
สังเกตว่าทุนที่ประกาศตามมหาวิทยาลัยเหล่านี้ ผู้ให้ทุนจะเป็นหน่วยงานของรัฐ (เช่น ทุนกพ.) หรือไม่ก็บริษัทที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญสาขาที่จะให้ทุน (เช่น เชลล์ ต้องการวิศวกรขุดเจาะ) แล้วต้องกลับมาใช้ทุน หรือทำงานให้บริษัทเหล่านั้นเป็นการตอบแทน ก็มีบ้างที่เป็นทุนมาจากรัฐบาลต่างประเทศ เช่น monbusho ของญี่ปุ่นที่ไม่ต้องใช้ทุน
งานแสดงนิทรรศการการศึกษา
ถ้าคิดจะเรียนต่อจริง ๆ แล้ว งานพวกนี้ ห้ามพลาด เพราะนี่แหละคือแหล่งรวมสถาบันการศึกษาที่เค้าออกมาโปรโมทสถาบันตัวเอง นอกจากจะมีทุนการศึกษามาแนะนำแล้ว ยังได้คุยได้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่จากทางสถาบันโดยตรง และหากสนใจสมัคร ปกติจะไม่ต้องเสียค่าสมัครด้วย
x - x - x
เอาแค่นี้เป็นน้ำจิ้มไปก่อน จริง ๆ แล้วยังมีแหล่งที่เราจะไปหาทุนได้อีกมากมาย เพียงแต่เราต้องเปิดหูเปิดตารับข่าวสารข้อมูล หากมัวแต่หวังว่าจะได้ทุน แต่ไม่ได้ขวนขวายเลย ก็คงจะได้ยากล่ะค่ะ
ตอนต่อไป ก็จะมาแชร์ประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับขั้นตอนการเตรียมสมัครขอทุนค่ะ

เปิดหู เปิดตา สำคัญจริง ๆ
เปิดหู เปิดตา สำคัญจริง ๆ ด้วยน้องท็อป
พบปัญหาการใช้งานแจ้งได้ที่ ฟอรั่มเกี่ยวกับเว็บไซต์
การใส่รูปภาพในเว็บ กระทู้นี้เลยครับ
Post new comment